วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

บริหารความเสี่ยงในธุรกิจยุคอี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce)

จัดทำบทความโดย

นายวศิน ลี้หลบพาล เลขทะเบียน 4901108388

บริหารความเสี่ยงในธุรกิจยุคอี-คอมเมิร์ซ (e-Commerce)

ความสำเร็จในการประกอบธุรกิจอี-คอมเมิร์ซย่อมมีส่วนมาจากปัจจัยหลาย ๆ ประการ โดยปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งได้แก่ การบริหารความเสี่ยง เพราะการประกอบธุรกิจ e-Commerce เหมือนกับธุรกิจอื่น ๆ เช่นเดียวกัน และก็มีความเสี่ยงบางประการที่แตกต่างกัน ความเสี่ยงในธุรกิจ e-Commerce มีทั้งความเสี่ยงประเภทที่มีอยู่เดิม เช่นความเสี่ยงในการกำหนดแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ความเสี่ยงในความปลอดภัยของระบบ เป็นต้น และมีความเสี่ยงประเภทที่อาจเกิดขึ้นใหม่ เช่น ความเสี่ยงในกฎหมายและกฎระเบียบที่ควบคุมความเสี่ยงในภาระภาษี ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง

ความเสี่ยงทั้งหลายที่ควรระบุไว้ในแผนการบริหารความเสี่ยงต่อไปนี้ควรต้องได้รับการประเมินโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยงขึ้น และความเสียหายต่อกิจการที่จะมีขึ้นด้วย การบริหารความเสี่ยงคือโอกาส หากมองผ่าน ๆ แล้วอาจเห็นว่าความเสี่ยงทั้งหลายที่ยกตัวอย่างเหล่านี้ล้วนเป็นข้อเสียต่อการประกอบธุรกิจ e-Commerce ทั้งสิ้น แต่หากได้พิจารณาจริง ๆ แล้วจะเห็นได้ว่าความเสี่ยงทั้งหลายเหล่านี้หมายถึงโอกาสของผู้ประกอบธุรกิจ การบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ e-Commerce อย่างมีประสิทธิภาพจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจ e-Commerce สามารถลดความเสี่ยงลงได้ และทำให้มีโอกาสในการแข่งขันหรือการทำกำไรที่ดีเหนือกว่าคู่แข่งขันทางธุรกิจ ทั้งยังเป็นจุดเด่นที่สำคัญของธุรกิจที่สามารถนำมาใช้ในการเสนอธุรกิจของตนต่อผู้ร่วมลงทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจอีกด้วย

  • การวางแผนบริหารความเสี่ยง ในการบริหารความเสี่ยงในธุรกิจ e-Commerce ผู้ประกอบธุรกิจควรต้องจัดทำแผนการบริหารความเสี่ยงขึ้นโดยพิจารณาถึงความเสี่ยงที่สำคัญทั้งหลายที่มีอยู่ในธุรกิจ e-Commerce ของตน ซึ่งแผนดังกล่าวย่อมจะมีส่วนช่วยในการบริหารความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี โดยช่วยลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น โอนความเสี่ยงในบางกรณี หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น และวางแนวทางและวิธีการไว้ล่วงหน้าสำหรับการจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง
  • การกำหนดแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ การวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจและความสามารถในการดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จ ตามแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจย่อมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จในธุรกิจ e-Commerce การกำหนดแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ผิดพลาดจึงย่อมเป็นความเสี่ยงที่อันตรายที่สุด ความเสี่ยงประเภทนี้ย่อมมีอยู่เสมอและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรปรับปรุงแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ e-Commerce อย่างรอบคอบ
  • สภาพการแข่งขันในธุรกิจ คู่แข่งขันทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลกระทบทำให้รายได้ของธุรกิจลดลง การเพิ่มจำนวนคู่แข่งขันทางธุรกิจที่มีศักยภาพย่อมทำให้ตลาดและการแข่งขันธุรกิจ e-Commerce ขยายตัว แต่ก็ทำให้เกิดการแข่งขันในด้านราคา พร้อมทั้งความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น อันย่อมทำให้ธุรกิจต้องมีการปรับตัวอยู่เสมอ ในแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ e-Commerce และแผนการบริหารความเสี่ยงควรต้องประเมินสภาพการแข่งขันในธุรกิจอย่างละเอียดก่อนที่จะได้เริ่มดำเนินการ
  • ความปลอดภัยของระบบ ธุรกิจ e-Commerce และเว็บไซต์ที่ไม่มีความปลอดภัยของระบบย่อมทำให้ลูกค้าขาดความเชื่อถือและความเชื่อมั่นในการติดต่อทำการค้าขายหรือใช้บริการด้วย กรณีที่เว็บไซต์ถูกเจาะข้อมูลโดยแฮกเกอร์ (Hacker) และขโมยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้านำไปโพสต์ไว้ในเว็บไซต์อื่นนั้นย่อมมีผลกระทบต่อธุรกิจ e-Commerce เจ้าของเว็บไซต์ดังกล่าวอย่างยิ่ง (จนอาจถึงกับทำให้กิจการต้องล้มไปเลย) ดังนั้น การว่าจ้างที่ปรึกษาภายนอกหรือจัดให้มีพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบในเว็บไซต์จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ
  • เทคโนโลยี ความทันสมัยของเทคโนโลยี และความรวดเร็วของระบบย่อมมีผลต่อการใช้บริการของลูกค้า ในธุรกิจ e-Commerce ความเชี่ยวชาญของพนักงานในการใช้งานซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของกิจการจึงย่อมมีความสำคัญ ซึ่งหมายถึงธุรกิจ e-Commerce ต้องจัดเตรียมงบประมาณในส่วนนี้ พร้อมทั้งจัดให้พนักงานที่เกี่ยวข้องได้รับการอบรมอยู่เสมอเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญในการดูแลรักษาระบบให้มีประสิทธิภาพอยู่ตลอด
  • ชื่อเสียงทางธุรกิจ ชื่อเสียงทางธุรกิจของกิจการที่มีต่อลูกค้าและผู้ประกอบธุรกิจด้วยกันย่อมมีผลต่อความเชื่อถือของลูกค้าและผู้ประกอบธุรกิจอื่นที่มีต่อผู้ประกอบธุรกิจนั้น ๆ อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของกิจการธุรกิจ e-Commerce และเว็บไซต์ย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา ธุรกิจ e-Commerce ควรต้องวางมาตรการ แนวทางและข้อห้ามข้อจำกัดภายในองค์กรเพื่อปฏิบัติอยู่เสมอเพื่อลดความเสี่ยงนี้
  • วัฒธรรมของผู้บริโภค ธุรกิจ e-Commerce และวัฒนธรรมของผู้บริโภคย่อมเป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน โดยธุรกิจ e-Commerce มีส่วนทำให้วัฒนธรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่ธุรกิจ e-Commerce ก็มีหน้าที่ต้องปรับตัวตามวัฒนธรรมของผู้บริโภคและคาดการณ์ล่วงหน้าถึงเรื่องดังกล่าว การวิเคราะห์ข้อมูลและแนวโน้มของกิจการ ความคิดเห็นและข้อแนะนำของลูกค้าย่อมมีส่วนช่วยให้ธุรกิจ e-Commerce สามารถปรับเปลี่ยนและรองรับวัฒนธรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
  • ภาระภาษีและอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา แม้ว่าในปัจจุบัน (ปี พ.ศ. 2544) กรมสรรพากรของไทยยังไม่ได้เข้ามาตรวจสอบและวางมาตรการจัดเก็บภาษีในการซื้อขายและให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผู้ซื้อย่อมต้องคำนึงถึงภาษีศุลกากรเสมอด้วย สำหรับการชำระราคาในธุรกิจ e-Commerce ที่มีเงินตราต่างประเทศมาเกี่ยวข้อง ผู้ประกอบธุรกิจ e-Commerce ต้องติดตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราอยู่เสมอ เพื่อทำการปรับเปลี่ยนราคาสินค้าและบริการให้เหมาะสม
  • กฎหมายและกฎระเบียบควบคุม กฎหมายที่รองรับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ย่อมช่วยทำให้ลูกค้าและผู้ประกอบธุรกิจ e-Commerce มีความมั่นใจในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการคุ้มครองกรณีอื่น ๆ เช่น การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การคุ้มครองชื่อโดเมนเนม (Domain Name) มิให้ถูกลอกเลียนโดยเหล่า Cybersquatters เป็นต้น อย่างไรก็ดี กฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ อาจมีข้อกำหนดมากขึ้นในอนาคตและกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ e-Commerce ได้ เช่น การออกใบอนุญาตสำหรับผู้รับรองลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อกำหนดในเรื่องการโฆษณาในเว็บไซต์เพื่อคุ้มครองลูกค้าและผู้บริโภค เป็นต้น
  • ความเสี่ยงในการดำเนินการทางธุรกิจ ธุรกิจ e-Commerce ย่อมมีความเสี่ยงอันเนื่องมาจากดำเนินการทางธุรกิจเช่นกัน เช่น การดำเนินการผิดพลาดไม่เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ย่อมเกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลาย ๆ ประการ ผู้ประกอบธุกิจ e-Commerce ควรวางมาตรการเพื่อค้นหาตรวจสอบและทำการแก้ไขสาเหตุเหล่านั้น
  • ทรัพยากรบุคคล (Human Resources) บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญนับเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ e-Commerce ซึ่งในปัจจุบันต้องยอมรับว่าการหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจ e-Commerce ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย การวางโครงการจัดหาและอบรมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ จึงเป็นเรื่องต้องทำอยู่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งการวางแผนรองรับกรณีขาดบุคลากรอย่างกระทันหัน

ที่มา : http://www.sme.go.th/cms/c/journal_articles/view_article_content?article_id=VC05-01-C09&article_version=1.0

คำถาม

  1. ปัจจัยที่สำคัญต่อความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ e-Commerce คืออะไร ?
  2. การบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ e-Commerce มีประโยชน์อย่างไร ?
  3. ความเสี่ยงในธุรกิจ e-Commerce มีอะไรบ้าง ?

6 ความคิดเห็น:

Utccbx007g17 กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
utccbx007g1 กล่าวว่า...

ตอบโดย น.ส.พรรณรุจี มณีเกิด 48210129
1. การบริหารความเสี่ยง
2. โอกาสของผู้ประกอบธุรกิจ การบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ e-Commerce อย่างมีประสิทธิภาพจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจ e-Commerce สามารถลดความเสี่ยงลงได้ และทำให้มีโอกาสในการแข่งขันหรือการทำกำไรที่ดีเหนือกว่าคู่แข่งขันทางธุรกิจ ทั้งยังเป็นจุดเด่นที่สำคัญของธุรกิจที่สามารถนำมาใช้ในการเสนอธุรกิจของตนต่อผู้ร่วมลงทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจอีกด้วย
3. การดำเนินการผิดพลาดไม่เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

251utccbx007g10 กล่าวว่า...

ตอบคำถามโดย
นางสาวอรวลี ผ่องแผ้ว 48210346
ข้อ 1 ปัจจัยที่สำคัญต่อความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ e-Commerce คืออะไร ?
คำตอบ การบริหารความเสี่ยง

ข้อ 2 การบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ e-Commerce มีประโยชน์อย่างไร ?
คำตอบ ช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจ e-Commerce สามารถลดความเสี่ยงลงได้ และทำให้มีโอกาสในการแข่งขันหรือการทำกำไรที่ดีเหนือกว่าคู่แข่งขันทาง ธุรกิจ ทั้งยังเป็นจุดเด่นที่สำคัญของธุรกิจที่สามารถนำมาใช้ในการเสนอธุรกิจของตน ต่อผู้ร่วมลงทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจ

ข้อ 3 ความเสี่ยงในธุรกิจ e-Commerce มีอะไรบ้าง ?
คำตอบ ความเสี่ยงประเภทที่มีอยู่เดิม คือ ความเสี่ยงในการกำหนดแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ,ความเสี่ยงในความปลอดภัยของระบบ
ความเสี่ยงประเภทที่อาจเกิดขึ้นใหม่ คือ ความเสี่ยงในกฎหมายและกฎระเบียบที่ควบคุมความเสี่ยงในภาระภาษี ,ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลง

Utccbx007g17 กล่าวว่า...

คำตอบคือ

1.ปัจจัยที่สำคัญต่อความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ e-Commerce คืออะไร ?
= การบริหารความเสี่ยง เพราะการประกอบธุรกิจ e-Commerce เหมือนกับธุรกิจอื่น ๆ เช่นเดียวกัน และก็มีความเสี่ยงบางประการที่แตกต่างกัน


2.การบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ e-Commerce มีประโยชน์อย่างไร ?
= การบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ e-Commerce อย่างมีประสิทธิภาพจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจ e-Commerce สามารถลดความเสี่ยงลงได้ และทำให้มีโอกาสในการแข่งขันหรือการทำกำไรที่ดีเหนือกว่าคู่แข่งขันทางธุรกิจ ทั้งยังเป็นจุดเด่นที่สำคัญของธุรกิจที่สามารถนำมาใช้ในการเสนอธุรกิจของตนต่อผู้ร่วมลงทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจอีกด้วย


3.ความเสี่ยงในธุรกิจ e-Commerce มีอะไรบ้าง ?
= ความเสี่ยงในการดำเนินการทางธุรกิจ ธุรกิจ e-Commerce ย่อมมีความเสี่ยงอันเนื่องมาจากดำเนินการทางธุรกิจเช่นกัน เช่น การดำเนินการผิดพลาดไม่เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ย่อมเกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลาย ๆ ประการ ผู้ประกอบธุกิจ e-Commerce ควรวางมาตรการเพื่อค้นหาตรวจสอบและทำการแก้ไขสาเหตุเหล่านั้น


นางสาว อัจจิมา ตั้งใจบูรณะ
เลขทะเบียน 4901108458

251utccbx007g10 กล่าวว่า...

1. การบริหารความเสี่ยง

2. โอกาสของผู้ประกอบธุรกิจ การบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ e-Commerce อย่างมีประสิทธิภาพจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจ e-Commerce สามารถลดความเสี่ยงลงได้ และทำให้มีโอกาสในการแข่งขันหรือการทำกำไรที่ดีเหนือกว่าคู่แข่งขันทางธุรกิจ ทั้งยังเป็นจุดเด่นที่สำคัญของธุรกิจที่สามารถนำมาใช้ในการเสนอธุรกิจของตนต่อผู้ร่วมลงทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจอีกด้วย

3. การดำเนินการผิดพลาดไม่เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้


นางสาวพัชราภรณ์ ตั้งมนัสสุขุม
เลขทะเบียน 48210375

Utccbx007g17 กล่าวว่า...

1. การบริหารความเสี่ยง

2. โอกาสของผู้ประกอบธุรกิจ การบริหารความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ e-Commerce อย่างมีประสิทธิภาพจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจ e-Commerce สามารถลดความเสี่ยงลงได้ และทำให้มีโอกาสในการแข่งขันหรือการทำกำไรที่ดีเหนือกว่าคู่แข่งขันทางธุรกิจ ทั้งยังเป็นจุดเด่นที่สำคัญของธุรกิจที่สามารถนำมาใช้ในการเสนอธุรกิจของตนต่อผู้ร่วมลงทุนหรือพันธมิตรทางธุรกิจอีกด้วย

3. การดำเนินการผิดพลาดไม่เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ หรือไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

นางสาว มัตติกา กันทะ
4901100597